ทูบีนัมเบอร์วัน

ข้อมูลองค์กร

ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย ตั้งอยู่เลขที่ 31/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสำนักงานเทศบาลตำบลหนองหอย ชั้นที่ 2 โดยจัดตั้งชมรมตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2560 โดยเจตนารมณ์สำคัญของการจัดตั้งชมรมก็เพื่อ รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน โดยให้เด็กและเยาวชนในชุมชนดำเนินการขับเคลื่อนชมรมและมีผู้ใหญ่ในชุมชนให้การสนับสนุน

เขตพื้นที่รับผิดชอบแบ่งออกเป็น 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
หมู่ที่ ๑ บ้านหนองหอย
หมู่ที่ ๒ บ้านโรงวัว (ศรีบุญเรือง)
หมู่ที่ ๓ บ้านเสาหิน
หมู่ที่ ๔ บ้านสันป่าเลียง
หมู่ที่ ๕ บ้านเมืองสาตร
หมู่ที่ ๖ บ้านศิริวัฒนานิเวศน์
หมู่ที่ ๗ บ้านชัยพฤกษ



โรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

1.ระดับก่อนประถมศึกษา จํานวน 3 แห่ง ได้แก่
      -โรงเรียนอนุบาลอัมพรพรรณ
      -โรงเรียนวารีเชียงใหม่
      -ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ในกํากับดูแลของเทศบาลตําบลหนองหอยตําบลหนองหอย)
2.ระดับประถมศึกษา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่
     -โรงเรียนวัดเสาหิน
     -โรงเรียนวารีเชียงใหม่
3.ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง ได้แก่
     -โรงเรียนวารีเชียงใหม่
4.ระดับอาชีวศึกษา จำนวน 1 แห่ง ได้แก่
     -วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย
5.ศูนย์บริการศึกษานอกโรงเรียน ประจำตำบลหนองหอย จำนวน 1 แห่ง ได้แก่
     -ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลหนองหอย
 
นโยบายโครงการ TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย
    “ยาเสพติด” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในทุกยุคทุกสมัยของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ จึงกำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด เป็น “วาระแห่งชาติ” ทั้งนี้เพราะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าถึงได้ง่าย เนื่องจากเป็นวัยอยากรู้อยากลอง จึงต้องมีการวางยุทธศาสตร์ และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะชุมชน เพื่อร่วมกันป้องกันความเสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกัน สำหรับปัญหายาเสพติด ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการปราบปรามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกัน โดยสร้างกระบวนการให้เด็กมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สร้างวิธีคิด มีภูมิคุ้มกันด้วยกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้เด็กและเยาวชนรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมอย่างเข้มแข็ง เช่น ตั้งวงดนตรี ตั้งทีมกีฬา โดยมีผู้ใหญ่ในพื้นที่ให้การสนับสนุน ก็จะทำให้เด็กไม่เข้าไปยุ่งกับยาเสพติด
     ตราบใดที่รัฐยังไม่สามารถจัดการกับปัญหายาเสพติดได้อย่างสิ้นซาก การป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ประชาชนในประเทศไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ไม่ให้ยาเสพติดสามารถแพร่ระบาดได้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย เนื่องจากเป็นวัยอยากรู้อยากลองและขาดความรู้ ความเข้าใจถึงพิษภัยของยาเสพติด หากกลุ่มเด็กและเยาวชนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งเปรียบได้เป็นอนาคตของชาติ
     การกำหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเชิงพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด เทศบาลตำบลหนองหอย ได้กำหนดนโยบายแผนงานโครงการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้ขับเคลื่อนในการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดกิจกรรมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกพื้นที่อาทิเช่น โครงการเทศบาลสีขาว ตรวจปัสสาวะเบื้องต้นหาผู้เสพยาเสพติดในกลุ่มพนักงานเทศบาลปีละ 2 ครั้ง , โครงการรณรงค์ป้องกันแก้ไขยาเสพติดทุกวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันยาเสพติดโลก , การจัดประชาคมเพื่อให้ความรู้และค้นหาผู้เสพยาเสพติด การตรวจขันปราบปราม และการส่งตัวผู้เสพเข้ารับการบำบัดโดยดำเนินการร่วมกับอำเภอเมืองเชียงใหม่และกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน,โครงการกีฬาชุมชนสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด “หนองหอยเกมส์” ที่ใช้กีฬาเป็นสื่อชักจูงให้เยาวชนและประชาชน ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข ทั้งนี้จากการดำเนินการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ผ่านมาพบว่า ควรมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญเพราะหากเด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยยาเสพติดแล้ว ในอนาคตปัญหายาเสพติดของประเทศก็น่าจะมีแนวโน้มที่ลดลงอีกทั้งแนวทางการสร้างกลุ่มของเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้จัดและดำเนินกิจกรรมด้วยตนเองจะมีความยั่งยืนและขยายกลุ่มสร้างกระแสการต่อต้านยาเสพติดไปยังชุมชน ซึ่งเสมือนเป็นการสร้างเกราะให้ชุมชนในการรับมือกับปัญหายาเสพติดได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
      เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวทุกภาคส่วนในตำบลหนองหอย ประกอบด้วย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองหอย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน กลุ่มเยาวชนและประชาชนจึงเห็นควรที่ให้มีการดำเนินการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอยขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการตามพระราชประสงค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการ TO BE NUMBER ONE ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2560 เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยเด็กและเยาวชนในตำบลหนองหอย โดยเน้นเด็กคิด เด็กทำ ผู้ใหญ่หนุน เป็นประการสำคัญ มีพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเด็กเยาวชนได้แสดงออกและทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ รับฟังเสียงความต้องการของเด็ก หันมาใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมที่จัดในพื้นที่ ไม่ไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ตามนโยบาล 3 ก ได้แก่ คณะกรรมการ กองทุน กิจกรรมชมรม ซึ่งการจัดกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกชมรม ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก 3 ยุทธศาสตร์ของโครงการ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างกระแส ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและพัฒนาเครือข่าย
    การดำเนินการชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย นั้นจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงต้องอาศัยความร่วมมือและรวมพลังจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นชุมชน โรงเรียน หน่วยงานของรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เด็กคิด เด็กทำ ผู้ใหญ่หนุน จะทำให้เกิดผลสำเร็จและยั่งยืนต่อไป

 
 
บทสัมภาษณ์ ผู้นำท้องถิ่น
     ปัญหายาเสพติดในชุมชนเป็นปัญหาที่สำคัญและควรเร่งดำเนินการแก้ไขให้หมดสิ้นไปการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน โรงเรียน ชุมชม ซึ่งชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย  ควรเป็นชมรมที่มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างกระแสให้เด็กและเยาวชนในชุมชนรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดรู้จักการปฏิเสธ หลีกเลี่ยง และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมซึ่งใช้เวลาว่างหลังจากเลิกเรียนหรือวันหยุดมาทำกิจกรรมร่วมกัน
      เพื่อให้ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอยดำเนินไปในทิศทางที่ดีหน่วยงานภาครัฐจึงให้การสนับสนุนในเรื่องของ การวางแผนการจัดกิจกรรมร่วมกับทางชมรม จัดหางบประมาณในการจัดกิจกรรมต่างๆโดยใช้งบจากกองทุน สปสช. ให้การสนับสนุนส่วนของสถานที่จัดตั้งชมรมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ กระจายข่าวสารไปยังชุมชนผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน จะทำให้เกิดผลสำเร็จและยั่งยืนต่อไป

ความเป็นมา

     “ยาเสพติด” ปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกขณะ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงของประเทศ
      ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา สภาพปัญหายาเสพติดเปลี่ยนแปลงไปจากที่เป็นอยู่ในอดีตอย่างสิ้นเชิงจากเดิมที่ “เฮโรอีน ” เป็นปัญหาสำคัญที่ตำรวจต้องเร่งปราบปรามให้สิ้นซาก กลายเป็น “ยาบ้า” หรือสารเมทแอมเฟตามีน ที่กำลังระบาดตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศ จากข้อมูลการสำรวจพบว่ามีเยาวชนจำนวนกว่า 6 แสนคนหลงเข้าสู่วังวนของ ยาบ้า และจากสถิตินักโทษเด็ดขาดของกรมราชทัณฑ์ที่ถูกจำคุกอยู่ตามทัณฑสถานทั่วประเทศ สำรวจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2543 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 137,344 คน ในจำนวนนี้เป็นนักโทษคดียาเสพติดเกินกว่าครึ่ง คือประมาณ 87,966 คน คิดเป็นร้อยละ 64.05 และในจำนวนนักโทษเด็ดขาด คดียาเสพติดเหล่านี้มีจำนวนมากถึง 27,499 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 31.26 ของนักโทษคดียาเสพติดที่ต้องโทษในคดีเสพหรือครอบครองและทั้งเสพและครอบครอง
       ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนถึง 21 ล้านคน และเป็นกลุ่มที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีพอ รวมทั้งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จึงทรงพระกรุณาธิคุณรับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเพื่อให้ง่ายต่อการรณรงค์ว่าโครงการ    TO BE NUMBER ONE เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือและรวมพลังจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของปวงชนในชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่าการที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกคนในชาติจะร่วมแรง ร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้และเอาชนะปัญหายาเสพติดให้ได้โดยเร็ว โดยทรงมีพระประสงค์มุ่งเน้นการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ วัยรุ่นและเยาวชน โดยกลวิธีสร้างกระแสการแสดงพลังอย่างถูกต้องโดยไม่ข้องแวะกับยาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน จัดระบบการบำบัดรักษารองรับภายใต้โครงการ “ใครติดยา ยกมือขึ้น” ทั้งนี้เพื่อคืนคนดีสู่สังคมและป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสมาชิกและชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อร่วมกันรณรงค์และจัดกิจกรรมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเสมือนการเติมสิ่งที่ดีให้กับชีวิต     เพื่อให้เกิดค่านิยมของการเป็นหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด ดังพระราชดำรัสในวโรกาส การแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “TO BE NUMBER ONE” เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 ณ ห้องประชุมกระทรวงสาธารณสุข ความว่า “กิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE จะเบนความสนใจจากการหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากยาเสพติด อยากให้โครงการนี้สำเร็จด้วยดี แต่จะทำคนเดียวไม่ได้ จึงขอความร่วมมือจากทุกคน ”
       ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดให้มีการดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ชมรม TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นวาระสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการและชมรม    TO BE NUMBER ONE  ในชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ ตามคำสั่งจังหวัดเชียงใหม่        ที่ 5182/2559 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 และประกาศอำเภอเมืองเชียงใหม่/2560 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2560 ตำบลหนองหอยจึงมีการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย ขึ้น


วิสัยทัศน์

“มุ่งสร้างให้เยาวชนเป็นคนดี คนแกร่ง คนเก่ง และห่างไกลจากยาเสพติด”
 
 

เสื้อชมรม


สัญลักประจำ ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย
 
ความหมาย
ด้านหน้า    คือ สัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE บนกระเป๋าเสื้อ ตรงหน้าอกด้านซ้าย แสดงถึงความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด
แขนเสื้อ    คือ สัญลักษณ์ ริบบิ้นสีดำ บนแขนเสื้อด้านขวา แสดงถึง การถวายความอาลัยแด่ในหลวงราชกาลที่9
ด้านหลัง    คือ ชื่อชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลหนองหอย
 

บันทึก/ประกาศแต่งตั้ง กรรมการ